โรคออฟฟิศซินโดรม

โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนวัยทำงานออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลา ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ อาทิ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ อิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น ทั้งนั่งหลังค่อม นั่งทิ้งน้ำหนักลงไปขาด้านใดด้านหนึ่ง นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมง โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบท หากมีความเครียดก็จะส่งผลต่อโรคนี้อยากมากเช่นกัน สภาพโต๊ะ เก้าอี้ ที่ใช้ทำงานไม่เหมาะสม ก็มีผลให้เกิดโรคนี้ได้ บางคนนั่งทำงานเพลินจนลืมรับประทานอาหาร อดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ร่างกาpต้องแบกรับความตรึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย จึงเป็นที่มาของโรคหลายโรค อาทิเช่น โรคนอนไม่หลับ โรคนอนไม่หลับ เกิดจากภาวะเครียด ถือเป็นโรคยอดฮิตสำหรับคนวัยทำงานเลยทีเดียว เกิดได้ทั้งคนที่ทำงานมานาน และเพิ่งทำงาน บางคนจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเครียดอยู่ หรือกำลังเจอภาวะตรึงเครียดรุมเร้าอยู่ วิธีการหลีกเลี่ยงที่ง่ายที่สุด คือ พยายามไม่ให้เครียด และรู้จักผ่อนคลาย

โยคะขั้นพื้นฐาน

โยคะขั้นพื้นฐาน โยคะ เป็นการสร้างความสมดุลของร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งการฝึกโยคะจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ประการ ได้แก่  การออกกำลังกาย หรือการฝึกท่าโยคะ  การหายใจ หรือลมปราณ  การทำสมาธิ โดยการฝึกท่าโยคะจะกระตุ้นอวัยวะและต่อมต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น สุขภาพจึงดีขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับมารดาที่ตั้งครรภ์เป็นอย่างยิ่ง โยคะพื้นฐานสำหรับมารดาตั้งครรภ์ จึงเป็นส่วนหนึ่งในโครงการตั้งครรภ์คุณภาพ ท่าที่ 1 เหยียดขาตรงไปข้างหน้า มือ 2 ข้างเท้าที่พื้นแขนเหยียดตรงข้างลำตัว (ให้จิตอยู่ที่นิ้วโป้งเท้า…หายใจเข้าทางจมูกให้ท่องป่องออก) หายใจเข้า หายใจออกทางปากอย่างช้า ๆ (ท้องแฟบเข้า) ปลายเท้าซ้ายชี้ลง ปลายเท้าขวาชี้ขึ้น หายใจเข้าทางจมูก (ท้องป่องออก) ปลายเท้าซ้ายชี้ขึ้น ปลายเท้าขวาชี้ลง (ทำ

โยคะ

โยคะ (อังกฤษ: yoga) มิใช่เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง แต่เป็นการฝึกเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เป็นการเตรียมกายใจให้พร้อมเพื่อเสริมสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ในการฝึกโยคะผู้ฝึกโยคะทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติโดยเคร่งครัดเพื่อให้สามารถปรับความสมดุลภายในร่างกายและจิตใจที่ดี โยคะ ถือกำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีที่แล้ว โดยในสมัยโบราณนั้นมนุษย์ได้ค้นคว้าเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับความเข้าใจในความ เป็นอยู่ของตนเอง อดีตมีการจารึกถ้อยคำด้วยตัวอักษรความรู้ที่สำคัญๆทั้งหมดถูกส่งผ่านคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งในรูปแบบของนิทาน ด้วยวิธีการเช่นนี้ ความรู้ต่างๆจึงได้สะสมขึ้นและวัฒนธรรมต่างๆได้พัฒนาขึ้นมา และนี่คือวิธีการที่การฝึกโยคะได้ถ่ายทอดมาถึงปัจจุบันในหุบเขาแห่ง อินดัส วอลเลย์ นักโบราณคดีได้ค้นพบไม้แกะสลักและศิลปะรูปปั้นที่แสดงถึงการฝึกโยคะ ศิลปะเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยประชาคมที่มีความเจริญเป็นอย่างสูง ซึ่งเจริญอยู่ในพื้นที่แถบนั้นช่วง 2000 และ1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช (ปัจจุบัน คือส่วนหนึ่งของประเทศปากีสถาน) นักปราชญ์ชาวฮินดูคนหนึ่งชื่อว่า ปตัญชลี เป็นคนแรกที่ปรับปรุงการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน เขาเขียนสูตรของการฝึกโยคะเป็นหัวข้อ 8 หัวข้อสั้นๆ หัวข้อเหล่านี้เชื่อว่าได้ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยผู้ที่ปฏิบัติโยคะที่เป็นผู้ชายเรียกว่า โยคิน หรือ โยคี